[NETFLIX] ULTRAMAN

ตอนที่ NETFLIX ประกาศจะสร้าง ULTRAMAN นั้น เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลก อาจเพราะเราไม่ได้ดูอุลตร้าแมนในแบบอนิเมชั่นมานานมากด้วยเหตุผลหลายประการ และอุลตร้าแมนที่ NETFLIX นำมาสร้างก็เป็นเวอร์ชั่นที่มาจากคอมมิคที่มีกระแสตอบรับค่อนข้างดีด้วย และที่สำคัญก็คือ ดูผ่าน NETFLIX พร้อมกันทั่วโลกไม่ต้องรอฉายก่อนฉายหลังให้เสียเวลา ก็เลยทำให้ ULTRAMAN ภาคนี้ มีคนพูดถึงกันอยู่ไม่น้อยทีเดียว

ฮายาตะ ชิน ตอนนี้กลายเป็นคุณลุงที่มีลูกตอนอายุมากแล้ว

สำหรับ ULTRAMAM เวอร์ชั่นที่ NETFLIX นำมาทำนี้ มีที่มาจากต้นฉบับคอมมิคของชิมิสึ เอย์จิ และ ชิโมกุจิ โมโมฮิโระ ที่ตีความเรื่องราวของอุลตร้าแมนใหม่ โดยตัดอุลตร้าแมนซีรี่ส์ที่สร้างหลังอุลตร้าแมนภาคแรกทิ้งไปหมด และผูกเรื่องราวหลังจากนั้นเสียใหม่ โดยให้โลกหลังจากที่อุลตร้าแมนจากไปนั้น กลายเป็นชุมทางของเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่ย้ายมาตั้งรกรากอาศัยอยู่บนโลก และหน่วยวิทยะที่หลายคนเชื่อว่าถูกยุบทิ้งไป ก็ยังคงดำรงอยู่ทำหน้าที่คอยพิทักษ์โลกจากภัยคุกคามนอกโลกอย่างลับๆ โดยฐานทัพของหน่วยวิทยะนั้นก็ซ่อนอยู่ในฐานทัพเดิมที่ตอนนี้คนทั่วไปคิดว่ามันเป็นพิพิธภัณฑ์ของเหล่าอุลตร้าแมนไปแล้วนั่นแหละ ซึ่งถ้าอธิบายง่ายๆ ตอนนี้หน่วยวิทยะก็ทำตัวเหมือนกับ MIB ที่คอยจัดระเบียบมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่บนโลกนั่นแหละครับ

ส่วนฮายาตะ ชิน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นร่างสถิตของอุลตร้าแมน (แถมยังเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมด้วย) ก็ยังคงปกป้องโลกด้วยการสวมชุดเกราะอุลตร้าแมนสูทสุดไฮเทตต่อสู้กับพวกต่างดาวแม้ว่าอายุจะมากแล้ว และผลจากการที่ตัวเขาเคยเป็นร่างสถิตของอุลตร้าแมนก็ทำให้ยังคงมีพลังของอุลตร้าแมนแฝงอยู่ในตัวของเขา และพลังนี้ยังถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปยังชินจิโร่ ผู้เป็นลูกชาย ที่จะมารับสืบทอดภารกิจในการเป็นอุลตร้าแมนสวมเกราะรุ่นใหม่แทนพ่อของเขา

แม้ว่าอุลตร้าแมนภาคนี้จะไม่ได้ขยายร่างใหญ่ไปปราบสัตว์ประหลาดไคจูยักษ์ แต่ตัวอนิเมก็ยังแฝงกลิ่นอายของซีรี่ส์อุลตร้าแมนเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม เอาแค่เห็นชื่อตัวละคร เราก็รู้สึกคุ้นเคยกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มแว่นสุดคูลที่แค่ได้ยินนามสกุลโมโรโบชิ ก็รู้ว่าหมอนี่ต้องเป็นอุลตร้าเซเว่น (โมโรโบชิ แดน) แน่นอน และก็ใช่จริงๆ เพียงแต่เซเว่นนั้นกลับกลายเป็นชุดเกราะทดสอบรุ่นที่ 7 (จริงๆ 7.1) และนิสัยความเป็นรุ่นพี่สุดเฮี้ยบนี่ทำให้นึกถึงโมโรโบชิแดนตอนที่เป็นครูฝึกให้กับอุลตร้าแมนเรโอเลยครับ เพียงแต่ภาคนี้เปลี่ยนมาเป็นพี่เลี้ยงเจ้าอุลตร้าแมนอ่อนหัดชินจิโร่แทน

อุลตร้า 7.1

ส่วนโฮคุโตะ เซย์จิ ที่ภาคนี้เป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนของชินจิโร่ แค่เห็นชื่อก็รู้ว่าหมอนี่คืออุลตร้าแมนเอ(เอซ) แน่ๆ และก็ใช่จริงๆ ซึ่งในภาคนี้จะเน้นเดินเรื่องผ่านเรื่องราวของอุลตร้าแมน 3 ตัวเป็นหลัก คืออุลตร้าแมน(ชินจิโร่) เซเว่น และเอซ นอกจากนี้ยังมีอุลตร้าแมนอีกสองตัว คือฮายาตะ ชิน ต้นตำรัล และหนุ่มหัวทองแจ็ค (เห็นชื่อแจ็คก็คงรู้แล้วนะ ว่าหมอนี่เป็นอุลตร้าแมนแจ็คแน่นอน) ที่น่าจะกลับมามีบทเด่นในภาคต่อไป ซึ่งน่าจะมีการสร้างตามมาแน่นอน เพราะภาคแรกทิ้งปมไว้ค่อนข้างเยอะ และเนื้อเรื่องในคอมมิคก็ยังมีเหลือมากพอที่จะทำภาคต่อได้สบายๆ ด้วย

เกราะของเอซสร้างจากเทคโนโลยีต่างดาว

ซึ่งโทนเรื่องนั้นก็จะบอกเล่าเรื่องราวของ ฮายาตะ ชินจิโร่ จากเด็กหนุ่ม ม.ปลายที่ไม่รู้เรื่องอะไรแต่ต้องมารับหน้าที่เป็นอุลตร้าแมนโดยปกปิดตัวจริงไม่ให้ใครรู้ แถมยังต้องรับมือกับมนุษย์ต่างดาวสุดโหดทั้งที่ตัวเองก็ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้หรือรับรู้เรื่องต่างดาวมาก่อน แถมยังใจอ่อน ไม่มีความเด็ดขาด จนบางครั้งกลับเป็นการสร้างปัญหาให้กับรุ่นพี่อย่างโมโรโบชิ แดน และทำให้ประชาชนได้รับลูกหลงจากการต่อสู้ และยังต้องไปพัวพันกับสาวน้อยไอดอลที่เคยมีความหลังที่ไม่ค่อยดีกับอุลตร้าแมนอีัก ซึ่งนั้นทำให้เนื้อหาของอุลตร้าแมนภาคนี้มีความหลากหลายมากไปกว่าการแปลงร่างปราบสัตว์ประหลาดเป็นตอนๆ แต่จะเป็นเรื่องราวการเติบโตของเด็กหนุ่มที่ค่อยๆ เรียนรู้ที่จะเป็นอุลตร้าแมนผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบาก ซึ่งตัวอนิเมถ่ายทอดออกมาได้ค่อนข้างลงตัวและน่าติดตาม

ตัวอนิเมนั้นผลิตโดย Production I.G และ Sola Digital Arts ที่ทำออกมาในรูปแบบ 3DCG ที่ตอนดูแรกๆ บอกตามตรงว่าไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะทำ CG คนออกมาได้ค่อนข้างแข็งโป๊ก ดูแล้วไม่ชินตาเลย แต่พอเป็นฉากต่อสู้หรือฉากอุลตร้าแมนในชุดเกราะก็ทำออกมาได้ไหลลื่นดี พอดูไปดูมาก็เริ่มชินและรู้สึกสนุกถึงขนาดดูรวดเดียวจบ ซึ่งเนื้อเรื่องในภาคนี้จะไปจบที่การต่อสู้กับเอซคิลเลอร์คู่ปรับของอุลตร้าแมนเอซที่หลายฉากนี่ทำออกมาคารวะยกย่องหนังอุลตร้าแมนชุดเก่ามากๆ แถมยังแอบแฝงกิมมิคเกี่ยวกับอุลตร้าแมนชุดเก่าเอาไว้ไม่น่อย ซึ่งผมว่ามันเป็นเสน่ห์ของอุลตร้าแมนภาคนี้ที่ทำออกมาเอาใจแฟนๆ อุลตร้าแมนรุ่นเก่าเป็นพิเศษ ในขณะที่แฟนๆ รุ่นใหม่ก็สามารถดูได้อย่างสนุกด้วยเช่นกัน

ทว่าในอีกด้านหนึ่ง อุลตร้าแมนภาคนี้ก็อาจจะไม่เหมาะกับผู้ชมเด็กๆ มากนัก เพราะมีฉากเลือดสาดและรุนแรงอยู่พอสมควร แต่เอาจริงๆ อุลตร้าแมนสมัยก่อนก็ถือว่าโหดใช่เล่นนะครับ สัตว์ประหลาดหัวขาดแขนขาดเลือดสาดกันเป็นว่าเล่น (โดยเฉพาะภาคเอซกับเรโอ) ซึ่งถ้ามองด้วยจริยธรรมสมัยนี้ก็อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะอุลตร้าแมนภาคใหม่ๆ ในยุคเฮเซย์ ก็ลดความรุนแรงลงไปเยอะเมื่อเทียบกับอุลตร้าแมนยุคโชวะ เอาเป็นว่ามันไม่เหมาะสำหรับเด็กละกันครับ ตัว Netflix ก็จำกัดไว้ที่ 13+ อยู่ในกลุ่ม Adult Animation ที่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก แม้อุลตร้าแมนจะเป็นฮีโร่ขวัญใจเด็กตลอดกาลก็ตาม

ความคิดเห็น