Masakazu Katsura

คัตสึระ มาซาคาสึ ถือเป็นอีกหนึ่งนักเขียนระดับตำนานของโชเน็นจัมป์ที่สร้างสรรค์ผลงานยอดนิยมมาตั้งแต่ยุค 80 และยังมีผลงานที่โดดเด่นอยูในวงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อเราดูผลงานของ อ.คัตสึระ ไล่ย้อนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราก็อาจจะไม่เชื่อเลยว่า อ.คัตสึระจะพัฒนาผลงานของตนมาได้ถึงขนาดนี้

คัตสึระ มาซาคาสึ เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 1962 เป็นชาวจังหวัดฟุคุอิ (มักถูก อ.โทริยามะ อากิระ ล้อเลียนในการ์ตูนเรื่อง ดร.สลัมป์ ว่า อ.คัตสึระ เป็นเด็กบ้านนอกอยู่บ่อยๆ) สมัยเด็ก อ.คัตสึระ ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ทำให้หลายๆ ครั้งต้องนอนป่วยอยู่เฉยๆ ไปไหนไม่ได้ ทำให้ อ.ใช้เวลาที่อยู่บนเตียงฝึกฝนการวาดรูป ทว่าจริงๆ แล้วตัวอาจารย์เองในตอนนั้นไม่ได้ชอบและเติบโตมากับการ์ตูนหรอกนะ แต่อาจารย์ชอบอ่านนิยายกับดูภาพยนตร์มากกว่า จนกระทั่งตอนเรียนชั้นมัธยมปลาย อาจารย์คัตสึระได้ลองเขียนการ์ตูนส่งไปประกวดชิงรางวัลเท็ตสึกะ เพราะหวังจะเอาเงินรางวัลไปซื้อชุดเครื่องเสียงสเตริโอ (จากบทสัมภาษณ์ อ.คัตสึระ โดย Viz Media) และนั่นก็กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ อ.คัตสึระ เข้าสู่วงการนักเขียนการ์ตูน

หลังจากสร้างสรรค์ผลงาน One-Shot ลองผิดลองถูกออกมาหลายเรื่อง อ.คัตสึระก็ได้สร้างสรรค์การ์ตูนยอดมนุษย์ “วิงแมน” ขึ้นมาในปี 1983 ซึ่งเดิมทีมันเหมือนเป็นการ์ตูนล้อเลียนฮีโร่แปลงร่างที่กำลังโด่งดังอยู่ในยุคนั้น (ยุค 80 ถือเป็นรุ่งเรืองของซูเปอร์เซ็นไตและตำรวจอวกาศ) แต่วิงแมนกลับประสบความสำเร็จเกินคาดจนกลายเป็นการ์ตูนยอดฮิตของโชเน็นจัมป์ ถูกสร้างเป็นการ์ตูนโทรทัศน์ และผลิตเป็นสินค้าต่างๆ ออกมามากมายจนถึงปัจจุบันก็ยังมีสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะฟิกเกอร์ของวิงแมนออกมาขายอยู่เรื่อยๆ (แถมแพงด้วย-ฮา)

หลังจากความสำเร็จของวิงแมน อ.คัตสึระก็ยังสร้างสรรค์ผลงานแนวใหม่ ๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆ เรื่องที่น่าสนใจก็อย่างเช่น Present from Lemon การ์ตูนแนวไอดอลบ้าพลังความยาว 2 เล่มจบที่พอจะมีคนพูดถึงอยู่บ้าง แต่ที่ประสบความสำเร็จแบบเกินคาดจริงๆ ก็คือซีรี่ส์ Video Girl ที่เริ่มต้นจาก One-Shot (การ์ตูนสั้นจบในตอน) ในปี 1989 จนกลายเป็นซีรี่ส์ที่ตั้งคำถามกับความรักและความเป็นมนุษย์ (ในขณะที่วิงแมนเหมือนเป็นการตั้งคำถามกับความฝัน) ผลงานเรื่องนี้ตีพิมพ์ในจัมป์ช่วงปี 1989-1992 ความยาว 15 เล่มจบ (มีภาคพิเศษออกมาอีกภาคด้วย) และล่าสุด Video Girl ยังถูกสร้างเป็นละครทีวีไปเมื่อต้นปี 2018 โดยเป็นเหตุการณ์หลังจากภาคทีวี 25 ปีด้วยนะ

อ.คัตสึระ กลับมาเขียนการ์ตูนแนวฮีโร่อีกครั้งในเรื่อง Shadow Lady ในปี 1992 ที่คราวนี้เป็นฮีโร่สาวยามรัตติกาลที่ดูเหมือนจะได้อิทธิพลมาจาก Batman อยู่ไม่น้อย (ซึ่ง อ.คัตสึระก็ไม่เคยปฏิเสธความชื่นชอบในการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่อเมริกันของตัวอาจารย์ โดยเฉพาะแบทแมน) มาจนถึงเรื่อง DNA² ที่สื่อถึงพัฒนาการในการเขียนคาแรกเตอร์ผู้หญิงของอาจารย์คัตสึระได้อย่างเด่นชัดมาก คือเริ่มเปลี่ยนแนวจากคาแรกเตอร์สาวน้อยน่ารักกลายเป็นสาวน้อยเซ็กซี่ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น จนมาถึงเรื่อง I”s ในปี 1997 ที่ประสบความสำเร็จจนกลายมาเป็นตำนานของการ์ตูนรักวัยรุ่นแห่งยุค 90 อีกเรื่องหนึ่ง แถมกำลังจะมีเวอร์ชั่นละครทีวีในเร็วๆ นี้ด้วย

หลังจากความสำเร็จของ I”s อาจารย์ก็กลับมาเขียนแนวฮีโร่ที่ตัวเอกชื่นชอบอีกครั้ง โดยการนำเอาผลงาน One-Shot ของตนเองอย่าง Zetman กลับมาเขียนเป็นซีรี่ส์ยาวในช่วงปี 2002-2014 ซึ่งผลงานเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมด้วยนะครับ และหลังจากเรื่อง Zetman จบก็ดูเหมือนว่า อ.คัตสึระจะไม่ได้กลับไปเขียนการ์ตูนซีรี่ส์ยาวๆ อีก แต่จะเป็นพวก One-shot เสียมากกว่า แต่ อ.คัตสึระ ก็ยังมีผลงานออกมาในรูปแบบการออกแบบตัวละครคาแรกเตอร์ต่างๆ เริ่มตั้งแต่ Iria: Zeiram the Animation ในปี 1994 มาจนถึงอนิเมสุดฮิตอย่าง Tiger & Bunny ในปี 2011 Garo -Guren no Tsuki- (2015) และ  Akanesasu Shōjo ซึ่งเป็นผลงานฉลองครบรอบ 20 ปี ของช่อง Animax ในปี 2018 ซึ่งเชื่อแน่ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ อ.คัตสึระ ก็น่าจะยังคงสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาให้ได้ชมกันอีกแน่นอน

ความคิดเห็น
โพสต์ไว้ที่: icon เก็บเข้าไฟล์ไว้ที่: